เมื่อหมากถูกเดินใหม่


เมื่อหมากถูกเดินใหม่: ทำไมการโยกย้ายผู้บริหารระดับโลกในวงการอสังหาริมทรัพย์ปี 2026 จึงบอกอะไรได้มากกว่าแค่ "คนเปลี่ยนงาน"


โลกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยตึกหรือที่ดิน แต่เคลื่อนไหวด้วย คน และในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 คลื่นการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งใหญ่ในหลายองค์กรชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบำนาญในเดนมาร์ก บริษัทบริหารสินทรัพย์ในเอเชีย-แปซิฟิก ไปจนถึงสำนักงานที่ปรึกษาในยุโรปและอเมริกา ได้ส่งสัญญาณที่คนทำธุรกิจรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม

เพราะเบื้องหลังข่าว "ใครลาออก ใครเข้ามาแทน" ที่ดูเหมือนธรรมดา ซ่อนกลยุทธ์ ทิศทางการเติบโต และบทเรียนด้านการบริหารองค์กรที่นำไปปรับใช้ได้จริงในทุกขนาดกิจการ




เมื่อ CEO ที่อยู่มา 10 ปีก้าวลงจากเวที: บทเรียนจาก AP Ejendomme


ข่าวแรกที่น่าสนใจที่สุดมาจากเดนมาร์ก เมื่อ Peter Olsson ประกาศก้าวออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AP Ejendomme ซึ่งเป็นแขนงอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนบำนาญ AP Pension หลังจากดำรงตำแหน่งนี้มานานถึง 10 ปีเต็ม

สิบปีในโลกธุรกิจไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันคือวงจรเศรษฐกิจเกือบสองรอบ คือการผ่านวิกฤต ผ่านการเติบโต และผ่านการปรับตัวหลายต่อหลายครั้ง การที่ผู้นำคนหนึ่งอยู่ในตำแหน่งได้นานขนาดนั้น หมายความว่าเขาได้สร้างรากฐานให้กับองค์กรอย่างลึกซึ้ง

แต่ยิ่งนานเท่าไหร่ การเปลี่ยนผ่านก็ยิ่งละเอียดอ่อนเท่านั้น

สิ่งที่ AP Pension ทำได้อย่างน่าชื่นชม คือการจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างมืออาชีพ พวกเขาไม่ปล่อยให้ตำแหน่งว่างกระทันหัน แต่แต่งตั้ง Helle Grosser ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทในเครือ ให้รับตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารทันที ขณะที่กระบวนการสรรหาผู้นำคนใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกัน และ Olsson เองก็ยังพร้อมให้การสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

นี่คือตัวอย่างของ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ที่ดี ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่องค์กรไทยจำนวนมากยังขาดอยู่ หลายบริษัทพบว่าตัวเองเจ็บปวดหนักเมื่อผู้นำสำคัญจากไปกะทันหัน เพราะไม่มีการเตรียม "ผู้รับไม้" ไว้ล่วงหน้า

บทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ: ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กหรือผู้บริหารระดับกลาง คำถามที่ต้องถามตัวเองคือ "ถ้าฉันออกจากตำแหน่งพรุ่งนี้ องค์กรจะยืนได้โดยไม่สะดุดหรือเปล่า?" คำตอบของคำถามนั้นคือตัวชี้วัดสุขภาพขององค์กรที่แม่นยำที่สุดอย่างหนึ่ง




Justin Gabbani และ ESR: เมื่อคนเก่งข้ามกำแพงองค์กร


ข่าวที่น่าจับตามากในแวดวงเอเชีย-แปซิฟิกคือการที่ Justin Gabbani ย้ายจาก Lendlease มาสู่ ESR ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารกองทุนของกลุ่ม

สิ่งที่ทำให้การย้ายครั้งนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่คือ ความลึกของประสบการณ์ที่เขาพกมาด้วย Gabbani เคยเป็น CEO ฝ่ายบริหารการลงทุนและ CEO ประจำภูมิภาคเอเชียใน Lendlease มาก่อน นั่นหมายความว่าเขาเข้าใจทั้งมุมผู้ลงทุน มุมการบริหารสินทรัพย์ และมุมการขยายตลาดในภูมิภาคเดียวกันอย่างถ่องแท้

ESR ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเอเชีย-แปซิฟิก วางเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการ "เสริมความแข็งแกร่งให้กับการมีส่วนร่วมของนักลงทุน การระดมทุน และการบริหารสินทรัพย์อย่างเต็มรูปแบบ" และ Gabbani คือกุญแจที่พวกเขาเลือกไขประตูนั้น

พร้อมกันนั้น ทาง Lendlease ก็ไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาแต่งตั้ง Penny Ransom ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง CEO ฝ่ายบริหารการลงทุนแทน โดย Ransom เติบโตมาจากภายในองค์กรเอง เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนและหัวหน้าฝ่ายการลงทุนระดับกลุ่ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Lendlease เชื่อมั่นในการ บ่มเพาะคนจากภายใน แม้จะสูญเสียผู้บริหารระดับสูงไปก็ตาม

ความตึงเครียดระหว่างการ "ดึงคนเก่งจากภายนอก" กับการ "เลื่อนตำแหน่งคนจากภายใน" เป็นหนึ่งในโจทย์ยากที่สุดของการบริหารองค์กร ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว แต่สิ่งที่ทั้งสองบริษัทแสดงให้เห็นคือ ความชัดเจนในเป้าหมาย และ ความเร็วในการตัดสินใจ คือสิ่งที่แยกองค์กรชั้นนำออกจากองค์กรทั่วไป




Westbridge Advisory: เมื่อบริษัทที่ปรึกษาลงทุนกับ "คน" อย่างจริงจัง


การแต่งตั้ง Felix Waldeier เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลและวัฒนธรรมองค์กรของ Westbridge Advisory อาจดูเหมือนข่าวเล็ก แต่ถ้าอ่านรายละเอียดให้ดี จะพบว่านี่คือการส่งสัญญาณที่สำคัญมาก

Waldeier มาจาก Norton Rose Fulbright ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายระดับโลก และก่อนหน้านั้นเขาทำงานกว่า 10 ปีกับบริษัท AvS Advisors ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการแต่งตั้งผู้บริหารและการพัฒนาองค์กรแก่บริษัทข้ามชาติ อีกทั้งยังเริ่มต้นอาชีพจาก Boston Consulting Group ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักที่ปรึกษาการบริหารชั้นนำของโลก

การที่ Westbridge Advisory เลือกคนที่มีภูมิหลังหลากหลายและลึกซึ้งขนาดนี้มาดูแลเรื่อง "ทรัพยากรบุคคล" แสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้มองฝ่ายบุคคลเป็นแค่หน่วยงานที่ทำสัญญาจ้างและจัดเงินเดือน แต่มองว่าเป็น เครื่องยนต์เชิงกลยุทธ์ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ บทเรียนที่ควรหยิบไปคิดต่อคือ บริษัทของคุณให้ความสำคัญกับ "คน" มากแค่ไหน? ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเดือนแข่งขันได้ แต่หมายถึงการสร้างวัฒนธรรม สร้างระบบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเก่งอยากอยู่และอยากเติบโตไปพร้อมกับคุณ




Harworth Group และการเสริมทัพด้านธรรมาภิบาล


Tony Quinlan ที่เข้ามาเป็นกรรมการอิสระใน Harworth Group มาพร้อมประสบการณ์เกือบ 35 ปีในตลาดทุนของสหราชอาณาจักร เคยเป็น CEO ของ Laird ที่นำบริษัทพลิกวิกฤตและขายกิจการสำเร็จในปี 2018 และเคยเป็นผู้อำนวยการการเงินของ Drax Group

ตัวเลขและประวัติเหล่านี้สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เหตุผลที่ Harworth เลือกเขา ซึ่งคณะกรรมการระบุชัดเจนว่าต้องการความเชี่ยวชาญด้านการควบรวมและซื้อกิจการ การกำกับดูแลกิจการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

นั่นหมายความว่า Harworth กำลังวางแผนการเติบโตที่ต้องการ "ผู้เฝ้าระวัง" ที่มีประสบการณ์จริงในการพาบริษัทผ่านการขยายตัวครั้งใหญ่ กรรมการอิสระที่ดีไม่ใช่แค่คนที่มาเซ็นเอกสารในที่ประชุม แต่คือคนที่ตั้งคำถามที่ถูกต้อง ในเวลาที่ถูกต้อง และ Quinlan คือคำตอบของ Harworth สำหรับโจทย์ข้อนั้น




Stoneweg และเดิมพัน 500 ล้านยูโร: เมื่อกลยุทธ์สินเชื่อเอกชนเขย่าตลาดยุโรปใต้


บางทีการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญที่สุดในรอบนี้มาจาก Stoneweg ที่แต่งตั้ง Carlos Garcia-Peredo ให้ดูแลแพลตฟอร์มสินเชื่อทางเลือก (Private Credit) โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ ระดมและลงทุนสูงถึง 500 ล้านยูโร ภายใน 12 เดือนข้างหน้า

Garcia-Peredo มาจาก ING Bank ซึ่งเขาดูแลด้านสินเชื่อสำหรับสเปนและโปรตุเกส และเป็นสมาชิกทีมบริหารสินเชื่อระดับภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

ตัวเลข 500 ล้านยูโรภายใน 1 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นั่นคือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท และมันสะท้อนให้เห็นแนวโน้มใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดการเงินโลก นั่นคือ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของตลาดสินเชื่อเอกชน ในฐานะแหล่งทุนทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาแหล่งทุน บทเรียนที่ซ่อนอยู่ในข่าวนี้คือ ตลาดการเงินโลกกำลังเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับการระดมทุนรูปแบบใหม่ที่ไม่ผ่านช่องทางดั้งเดิม และการที่บริษัทชั้นนำระดับโลกเริ่มทุ่มทรัพยากรมาในทิศทางนี้ คือสัญญาณที่บอกว่าเทรนด์นี้ไม่ใช่กระแสชั่วคราว




Allen Matkins และการยึดฐานนิวยอร์ก: บทเรียนเรื่องการขยายตลาดเชิงกลยุทธ์


การแต่งตั้งพาร์ทเนอร์ถึง 3 คน และทนายความอาวุโสและผู้ช่วยอีก 2 คน ในสำนักงานนิวยอร์กพร้อมกัน ไม่ใช่การบังเอิญ แต่คือ การเดินหมากครั้งเดียวเพื่อสร้างแรงกระแทก

สิ่งที่ Allen Matkins ทำให้เห็นคือกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรจำให้ขึ้นใจ นั่นคือการ "เข้าตลาดใหม่" ที่มีประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่การส่งคนไปทีละคนแล้วรอให้โตช้าๆ แต่คือการสร้าง มวลวิกฤต (Critical Mass) ให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีทั้งศักยภาพในการรับงาน ชื่อเสียงที่สร้างได้เร็วกว่า และเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ประสานกันได้ทันที

การที่พาร์ทเนอร์ทั้ง 3 คนมาจาก Holland & Knight เดิมทั้งหมด ยังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพลวัตของตลาดบุคลากรระดับสูง เมื่อคนเก่งคนหนึ่งตัดสินใจย้าย บ่อยครั้งเขาจะพาเครือข่ายมาด้วย และองค์กรที่ฉลาดพอที่จะรับรู้ว่า "คน 1 คนอาจพา 3 คนมาด้วย" จะสามารถวางแผนการเสนอข้อตกลงได้อย่างชาญฉลาดกว่า




Cushman & Wakefield และตลาดค้าปลีกไมอามี: เมื่อภูมิศาสตร์คือโอกาส


การแต่งตั้งทีมค้าปลีกใหม่สำหรับไมอามีของ Cushman & Wakefield ไม่ใช่แค่เรื่องอสังหาริมทรัพย์ แต่สะท้อนถึงการเติบโตของไมอามีในฐานะ ศูนย์กลางธุรกิจของทวีปอเมริกา ที่มีพลวัตแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแง่ของเงินทุนจากละตินอเมริกาและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกระดับพรีเมียม

สำหรับคนที่สนใจเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ข้ามประเทศ ไมอามีคือตลาดที่น่าจับตามองมากในช่วงนี้ และการที่ Cushman & Wakefield ลงทุนสร้างทีมที่แข็งแกร่งในพื้นที่นี้ คือสัญญาณว่าโอกาสกำลังเปิดกว้างขึ้นอย่างจริงจัง




Middleburg และการขยายไปยังตลาดเติบโตสูง: กลยุทธ์ที่ SME ไทยเรียนรู้ได้


การแต่งตั้ง Aaron Douthit เพื่อนำการขยายแพลตฟอร์มที่อยู่อาศัยให้เช่าไปสู่รัฐเท็กซัสและตลาดตะวันตกของสหรัฐฯ สะท้อนถึงสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า "Growth Beyond Core" หรือการเติบโตนอกพื้นที่ถนัดดั้งเดิม

Middleburg มีความแข็งแกร่งในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้และแอตแลนติกกลางของสหรัฐฯ มาโดยตลอด แต่พวกเขาเลือกที่จะ "เดินออกจากกรอบ" โดยเลือกตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่างเท็กซัส ซึ่งมีการอพยพเข้ามาของประชากรและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเจ้าของธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจในจังหวัดเดียว หรือกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ คำถามที่ควรถามตัวเองคือ "เราได้ใช้ความแข็งแกร่งที่มีเพื่อเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงขึ้นแล้วหรือยัง?" บ่อยครั้ง การเติบโตที่แท้จริงอยู่นอก "เขตสบาย" ที่เราคุ้นเคย




บทสรุป: 7 สัญญาณจากการเคลื่อนไหวของผู้บริหารโลกที่นำไปใช้ได้จริง


เมื่อนำทุกข่าวมาประมวลร่วมกัน มีอย่างน้อย 7 สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากการเคลื่อนไหวครั้งนี้

1. การวางแผนสืบทอดตำแหน่งคือสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก บทเรียนจาก AP Pension บอกว่าองค์กรที่ดีเตรียมคนรับไม้เสมอ

2. ประสบการณ์ข้ามอุตสาหกรรมมีคุณค่าสูง Waldeier ที่มาจากสายกฎหมายและที่ปรึกษามาดูแลฝ่ายบุคคลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คือตัวอย่างว่าความหลากหลายของประสบการณ์สร้างมุมมองที่คนในวงการเดียวกันอาจมองไม่เห็น

3. การสร้างมวลวิกฤตในตลาดใหม่ทำได้เร็วกว่าถ้าวางแผนดี Allen Matkins แสดงให้เห็นว่าการเข้าตลาดอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่แรกดีกว่าการค่อยๆ เพิ่มทีละคน

4. การลงทุนในทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์คืดผลระยะยาว บริษัทที่มองฝ่ายบุคคลเป็นศูนย์ต้นทุนจะแพ้บริษัทที่มองเป็นเครื่องยนต์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาวเสมอ

5. ตลาดสินเชื่อเอกชนคือแนวโน้มที่ควรจับตา Stoneweg เดิมพัน 500 ล้านยูโรใน 12 เดือน ไม่ใช่การเสี่ยงโชค แต่คือการอ่านตลาดล่วงหน้า

6. คนเก่งมักพาเครือข่ายมาด้วย ในการสรรหาบุคลากรระดับสูง ให้มองเห็นว่าคุณไม่ได้แค่ได้ "คน 1 คน" แต่ได้เครือข่ายความสัมพันธ์ของเขาด้วย

7. ภูมิศาสตร์ยังคือโอกาส ตลาดที่มีการเติบโตสูงในแง่ประชากรหรือเศรษฐกิจคือสถานที่ที่ผู้นำธุรกิจระดับโลกเลือกวางหมาก ถ้าคุณวางหมากตรงนั้นก่อน โอกาสคือของคุณก่อน

โลกธุรกิจหมุนด้วยคน กลยุทธ์ และการตัดสินใจที่ถูกเวลา และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในองค์กรชั้นนำ มันคือโอกาสของคนที่อ่านเกมออกที่จะได้เปรียบก่อนใคร




Tags: กลยุทธ์ธุรกิจ, การบริหารองค์กร, อสังหาริมทรัพย์, การลงทุนระดับโลก, ผู้นำธุรกิจ, การสืบทอดตำแหน่ง, ทรัพยากรบุคคล, สินเชื่อเอกชน, เอเชียแปซิฟิก, ตลาดยุโรป, การขยายธุรกิจ, กองทุนบำนาญ, บริหารสินทรัพย์, Real Estate, Business Strategy, Leadership, Fund Management, Private Credit, Asia Pacific Investment, Corporate Governance

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *